*****ภาพประกอบทั้งหมดนอกจากที่วาดลงในshipbucketไม่ใช่ของผม แต่ได้เซฟไว้นานพอสมควรแล้ว จึงไม่สามารถระบุแหล่งที่มาไว้ได้ ต้องขออภัยเจ้าของภาพมา ณ ที่นี้ด้วยครับ*****
(ขอใช้ปี ค.ศ. เพื่อความสะดวกนะครับ)
ปี1989 เกิดพายุเกย์ ขณะนั้นเรือที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือ คือ ร.ล.สุรินทร์ ซึ่งมีระวางขับน้ำประมาณ4500ตัน โดยสามารถจอด ฮ.Bell 212 บนดาดฟ้าได้1ลำ ไม่มีโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ และมีความทนทะเลไม่มากนัก......การที่ไม่มีฐานบินฮ.เพียงพอ สร้างความยากลำ
ปี1989 เกิดพายุเกย์ ขณะนั้นเรือที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือ คือ ร.ล.สุรินทร์ ซึ่งมีระวางขับน้ำประมาณ4500ตัน โดยสามารถจอด ฮ.Bell 212 บนดาดฟ้าได้1ลำ ไม่มีโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ และมีความทนทะเลไม่มากนัก......การที่ไม่มีฐานบินฮ.เพียงพอ สร้างความยากลำ
ประกอบกับในเวลานั้น กองทัพเรือมีแนวคิดในการขยายพื้นที่รับผิดชอบออกไปในลักษณะของ Blue-Water Navy แต่ไม่มีเรือรบลำใดของกองทัพเรือที่มีขนาดใหญ่เพียงพอ และที่สำคัญคือไม่มีเรือรบหลักที่สามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้เลยแม้แต่ลำเดียว....
ในช่วงเวลานั้นกองทัพเรือจึงได้มีความพยายามในการจัดหาเรือฟริเกตใหม่จำนวนมาก โดยภายหลังได้เข้าประจำการในกองทัพเรือ ได้แก่เรือชุดเจ้าพระยา 4 ลำ (2ลำหลังมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์) เรือชุดนเรศวร 2ลำ (มีลานจอดและโรงเก็บ เดิมทีสนใจจัดหาฮ.SH-2G Super Seaspriteมือสอง แต่หลายปีต่อมาจัดหาฮ.Super Lynx 300 ซึ่งสมรรถนะสูงกว่ามาใช้งานแทน) และสุดท้ายเรือชุดพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก 2 ลำ (เรือฟริเกตชั้นKnoxมือสองจากสหรัฐ)
ในช่วงเวลานั้นกองทัพเรือจึงได้มีความพยายามในการจัดหาเรือฟริเกตใหม่จำนวนมาก โดยภายหลังได้เข้าประจำการในกองทัพเรือ ได้แก่เรือชุดเจ้าพระยา 4 ลำ (2ลำหลังมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์) เรือชุดนเรศวร 2ลำ (มีลานจอดและโรงเก็บ เดิมทีสนใจจัดหาฮ.SH-2G Super Seaspriteมือสอง แต่หลายปีต่อมาจัดหาฮ.Super Lynx 300 ซึ่งสมรรถนะสูงกว่ามาใช้งานแทน) และสุดท้ายเรือชุดพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก 2 ลำ (เรือฟริเกตชั้นKnoxมือสองจากสหรัฐ)

ร.ล.นเรศวร ทดสอบกับmockup ของฮ.SH-2G
แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ เพราะทร.จะมีเรือที่สามารถเก็บฮ.ขนาด7ตันได้เพียง2ลำ (คือเรือชุดนเรศวร ในขณะนั้นยังไม่มีโครงการจัดหาเรือพุทธฯ) และไม่มีเรือที่สามารถรองรับฮ.ขนาด10ตันได้เลย....
ทร.จึงได้ตั้งโครงการพิจารณาแบบเรือจัดหาเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์2แบบจาก2บริษัท ได้แก่ Bremer Vulkan และ Fincantieri โดย แบบเรือ HC600PT ของบริษัท Bremer Vulkan เยอรมนี ชนะการคัดเลือกไป..
ทร.จึงได้ตั้งโครงการพิจารณาแบบเรือจัดหาเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์2แบบจาก2บริษัท ได้แก่ Bremer Vulkan และ Fincantieri โดย แบบเรือ HC600PT ของบริษัท Bremer Vulkan เยอรมนี ชนะการคัดเลือกไป..
เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ CVH-01 ที่เสนอมา

เรือCVH-01พร้อมอุปกรณ์ที่คาดว่าจะติดตั้ง (ใช้ฮ.Sea King เนื่องจากเป็นฮ.ที่ระบุไว้ในสเปคเรือ)
(โมเดลเรือลำนี้มีหลายรูปแบบมาก ผู้เขียนไม่มั่นใจว่าแบบใดกันแน่คือแบบสุดท้าย)


concept design ของเรือHC600PTดั้งเดิม
พักเรื่องเรือเยอรมันไว้ก่อน...มาดูเรืออิตาลีกัน
เรือดาดฟ้าเรียบของFincantieriในขณะนั้น ได้แก่ เรือบรรทุกเครื่องบินเบา Giuseppe Garibaldi และ เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย(LPD)ชั้นSan Giorgio 2ลำ (คือ San Giorgio และ San Marco)
ทว่า เรือ Giuseppe Garibaldi นั้นมีราคาสูงเกินงบประมาณ อิตาลีจึงได้ส่งเรือชั้นSan Giorgio เข้าแข่งขัน ซึ่งในขณะนั้น...เป็นเรือที่มีปืนหัวและติดตั้งอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการยกพลขึ้นบกเป็นหลัก เช่นประตูที่หัวเรือและที่ปล่อยเรือLCVP...ซึ่งไม่ตอบโจทย์ของกองทัพเรือเท่าไหร่
เรือดาดฟ้าเรียบของFincantieriในขณะนั้น ได้แก่ เรือบรรทุกเครื่องบินเบา Giuseppe Garibaldi และ เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย(LPD)ชั้นSan Giorgio 2ลำ (คือ San Giorgio และ San Marco)
ทว่า เรือ Giuseppe Garibaldi นั้นมีราคาสูงเกินงบประมาณ อิตาลีจึงได้ส่งเรือชั้นSan Giorgio เข้าแข่งขัน ซึ่งในขณะนั้น...เป็นเรือที่มีปืนหัวและติดตั้งอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการยกพลขึ้นบกเป็นหลัก เช่นประตูที่หัวเรือและที่ปล่อยเรือLCVP...ซึ่งไม่ตอบโจทย์ของกองทัพเรือเท่าไหร่
เรือ San Marco (L9893) ก่อนการปรับปรุง

เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi (C551)
ซึ่งก็น่าเสียดายไม่น้อย เมื่อพิจารณาเรือชั้นSan Giorgio สองลำแรก ที่ถูกปรับปรุงในปี1999 โดยถอดปืน ยืดดาดฟ้าสำหรับจอดฮ. และถอดประตูหัวเรือออกเป็นหัวเรือเปิดไม่ได้ธรรมดา ในรูปแบบใกล้เคียงกับเรือLHD...
(ลำที่3 San Giusto ต่อเสร็จในปี1994 แต่ไม่ได้รับการปรับปรุง ปัจจุบันใช้เป็นเรือฝึก)
(ลำที่3 San Giusto ต่อเสร็จในปี1994 แต่ไม่ได้รับการปรับปรุง ปัจจุบันใช้เป็นเรือฝึก)

เรือ San Giorgio หลังปรับปรุง
...ตอบโจทย์กองทัพเรือในปัจจุบันได้เป๊ะๆเลยล่ะครับ ทั้งความต้องการเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ และเรือLPD คือทั้งภารกิจของร.ล.จักรีนฤเบศร และร.ล.อ่างทอง แม้จะไม่เท่าการมี2ลำแยกกันก็ตามเพราะขนาดไม่ใหญ่เหมือนเรือLHDของสหรัฐ สเปน หรือออสเตรเลีย

เรือ San Giorgio หลังปรับปรุง
ทว่า...ในปี1991 กองทัพเรือก็ต้องยกเลิกสัญญาจัดหาที่ทำไว้กับBremer Vulkan เนื่องจากการอนุมัติส่งออกอาวุธของรัฐบาลเยอรมันนั้นล่าช้าไป6เดือนแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะอนุมัติเมื่อไหร่...
ในช่วงนั้น สื่อเยอรมันจวกรัฐบาลยับเยินโดยเฉพาะเรื่องความล่าช้าของระบบการบริหาร ทำให้เสียโอกาสที่จะได้เงินหลายล้านดอลลาร์เข้าประเทศ (สัญญามีมูลค่า 325 ล้านดอยช์มาร์กในขณะนั้น) รวมถึงการจ้างงานหลายร้อยตำแหน่งในอุตสาหกรรมการต่อเรือ
ทาง Bremer Vulkan ยังคงพยายามที่จะรักษาสัญญาจัดหาเอาไว้ ซึ่งก็ไม่เป็นผล นอกจากนั้นยังต้องพยายามจ่ายเงินกู้ที่จะนำมาใช้ในการต่อเรือ ซึ่งลงทุนไปแล้ว 6 ล้านดอยช์มาร์ก แต่ไม่สามารถขายเรือได้....ทำให้บริษัทต้องประสบปัญหาทางการเงิน (ซึ่งสถานะไม่ค่อยดีอยู่แล้ว)
เมื่อรวมกับการบริหารผิดพลาดของบริษัทอีกหลายครั้ง ทำให้หนี้พอกพูนขึ้นเรื่อยๆแม้จะขายเรือได้อีกหลายลำ.....5ปีต่อมา หลังจากรัฐบาลจำต้องจ่ายเงินช่วยเหลือไปกว่า800ล้านดอยช์มาร์แต่ก็ไม่อาจยื้อไว้ได้ ในปี1996 บริษัท Bremer Vulkan ประกาศล้มละลาย..อู่ต่อเรือปิดตัวลงในปี1997

ในขณะเดียวกับ เรือจากอิตาลีที่เป็นแบบเรือสำรองนั้น...ไมไ่ด้รับการจัดหา เนื่องจากทางบริษัทถอนตัวไป เพราะรัฐบาลไม่สามารถให้เงินกู้กับFincantieri ไปพร้อมๆกับAlenia Aeronautica ซึ่งขณะนั้นเสนอเครื่องบินโจมตีAMXให้กับกองทัพอากาศไทยได้
กองทัพเรือจึงหันไปหาอู่ Bazan ของสเปน โดยได้จัดหาเรือบรรทุกเครื่องบินเบา ระวางขับน้ำ11500ตัน ซึ่งใช้พื้นฐานมาจากเรือบรรทุกเครื่องบินเบา Principe de Asturias เรือธงของกองทัพเรือสเปนในขณะนั้น
เรือPrincipe de Asturias ใช้พื้นฐานจากแบบเรือ Sea Control Ship ของสหรัฐ โดยนำมาติดตั้ง Ski-jumpเข้าไป ต่อขึ้นโดยบริษัท Bazan เช่นเดียวกับเรือจักรี
เรือ Sea Control Ship
เรือบรรทุกเครื่องบินเบา Principe de Asturias
เตรียมพบกับภาค2 "อากาศนาวีบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร" หากผู้เขียนมีโอกาสครับ...
- ตุลาแดง -





